News :

สังเคราะห์ศิลปะการสอน เรียนรู้ด้วยปัญญาสู่การสร้างพลเมืองไทยในอุดมคติ

เราจะสร้างผลเมืองไทยในอุดมคติด้วยกัน

“..แต่ละปีมี KPI ด้านการสอนที่โรงเรียนต้องบรรลุสองร้อยกว่าข้อ เราคงไม่สามารถทำได้สำเร็จในสองร้อยวัน และนักเรียนก็ไม่ควรถูกทำให้ออกมาเหมือนกัน มาตรฐานการศึกษาต้องคำนึงถึงความแตกต่างของมนุษย์ และดึงศักยภาพเหล่านั้นมาพัฒนาให้ถึงขีดสุด” แค่ประโยคเปิดการเสวนาจาก อาจารย์ยุพิน ตรังคธาร รองผู้อำนวยการใหญ่ และผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ โรงเรียนดรุณสิกขาลัย ก็ทำให้คณาจารย์ทุกท่านที่อยู่ในการประชุมยอมรับอย่างเป็นเอกฉันท์

การเสวนา “เรียนรู้ด้วยปัญญา : กระบวนการศึกษาเพื่อสร้างพลเมืองไทยในอุดมคติ” เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2560 ณ ห้องประชุมปองทิพย์ 2 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
ภาควิชาศิลปะการแสดง มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้รับเกียรติจากอาจารย์ยุพิน ตรังคธาร รองผู้อำนวยการใหญ่ และ อาจารย์สุรัตน์ แท่นประเสริฐกุล ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ โรงเรียนดรุณสิกขาลัย สถาบันการศึกษาต้นแบบในการดูแลของ ดร.พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ที่มีรูปแบบการสอน "สอนเด็กประถมอย่างสอน Ph. D." ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เทคนิคและกระบวนการเรียนการสอนที่สามารถกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์แก่นักเรียนนักศึกษา โดยสาระสำคัญของเนื้อหาจากการเสวนาสรุปได้ ดังนี้

1.ปัญหาการศึกษาไทย
ปัจจุบันการศึกษาให้ความสำคัญกับตัวชี้วัด โดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างของแต่ละบุคคล ทำให้การพัฒนาความสามารถไม่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ขาดพื้นที่ให้นักเรียนได้พัฒนาตนเอง ผู้สอนทำหน้าที่ถ่ายทอดสิ่งที่ตนรู้ลงสู่กระดาษที่นักเรียนจดโดยไม่ผ่านสมอง ขาดการทดลอง จึงไม่เกิดความเข้าใจและไม่เล็งเห็นความสำคัญในสิ่งที่เรียน

2.ทฤษฎี Constructionism และการบริหารจัดการแบบ Learning Organization
การบริหารการศึกษาไม่ใช่การสั่งให้ทำ หรือต่างคนต่างทำ แต่คณาจารย์ต้องร่วมกันสร้างองค์ความรู้และผลักดันทั้งองค์กรไปในทิศทางเดียวกันผ่านกระบวนการ Think-Do-Reflect และต้องคำนึงเสมอว่า ถ้าครูมีหน้าที่ดูแลนักเรียน ผู้บริการโรงเรียนก็มีหน้าที่ดูแลครู คำว่าดูแลหมายถึงใส่ใจและพยายามทำความเข้าใจปัญหาในแต่ละจุด แต่ละสถาบันไม่เหมือนกัน บางสถาบันที่มีครูเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านยิ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใส่ใจ การพูดคุยแลกเปลี่ยนปัญหาและการบริหารจัดการองค์ความรู้ (Knowledge Management) เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้คณาจารย์มีความภูมิใจและมีแรงกระตุ้นในการพัฒนาตนเองตามแนวทางของสถาบัน

3.การสอนเพื่อให้ผู้เรียนมี Creativity ควบคู่กับ Critical Thinking
ผู้สอนต้องตระหนักว่า บทบาทของครูในวันนี้เปลี่ยนไปจากอดีต ครูไม่ใช่ผู้สอนแต่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็นทั้ง Facilitator และ Partner ไปในเวลาเดียวกัน บทบาทของผู้สอนคือ กระตุ้นให้นักเรียนคิดริเริ่ม ให้โจทย์ที่ท้าทายในระดับที่เหมาะสมกับนักเรียน โดยนักเรียนเป็นผู้คิดหัวข้อที่ตนสนใจและครูต้องมีบทบาทช่วยแก้ปัญหาให้นักเรียนอย่างถูกที่ถูกเวลา เข้าใจจิตวิทยาพัฒนาการ และรู้จักหานาทีทองในการสอนมากกว่าสอนให้จบไปตามที่ตนเองวางแผนไว้ ต้องสร้างพื้นที่ให้นักเรียนได้ค้นคว้า ทดลอง ในหัวข้อที่แต่ละคนสนใจ โดยอาจใช้โปรเจ็คต่างๆ เป็นจุดเริ่มต้นการเรียนรู้ก่อนเชื่อมโยงสู่วิชาการ และต้องมีกระบวนการสะท้อนปัญหาของผู้เรียนเพื่อให้ครูสามารถนำไปปรับปรุงการสอนของตนเองต่อไป

บรรยากาศการเสวนาเป็นไปอย่างเข้มข้น คณาจารย์คณะต่างๆ ของมหาวิทยาลัยกรุงเทพต่างกดไมโครโฟนแลกเปลี่ยนประสบการณ์และซักถามวิทยากรอย่างเต็มที่จนจบการเสวนา วิทยากรรับเชิญทั้งสองท่านถึงกับเอ่ยปากว่าเป็นเวทีที่สนุกมาก และมีสัญญาณที่ดีต่อการปรับปรุงการสอนให้มีประสิทธิภาพต่อไป

อาจารย์ยุพิน ตรังคธาร(ขวา) อาจารย์สุรัตน์ แท่นประเสริฐกุล(ซ้าย)

คับคั่งด้วยคณาจารย์จากหลายคณะ

ผศ.พรรณศักดิ์ สุขี ดำเนินการเสวนาอย่างเข้มข้น

ดร.พีรชัย เกิดสินธุ์ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ร่วมเสวนา

คณาจารย์จากภาควิชาฯ แลกเปลี่ยนประสบการณ์

เปิดเวทีให้ทุกคณะร่วมเสวนา

คุณครูจากดรุณสิขาลัยแสดงกรณีศึกษา นักเรียน ม.ปลาย ที่มีเงินสามพัน กลายเป็นนักศึกษาที่ได้รับทุนวิจัย 7 ล้านในโครงการสร้าง Segway ของเด็กไทย